วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

มาดูส่วนประกอบหลักของเครื่องบินกัน


เครื่องบิน (Airplanes)

เมื่อมองไปบนสนามบินก็จะเห็นว่า มีเครื่องบินมากมายหลายแบบ ซึ่งจะพบว่าเครื่องบินไม่ว่าแบบใดก็ตาม จะมีส่วนประกอบหลักๆ ที่เหมือนๆ กัน ดังนี้


ลำตัว (Fuselage)
ลำตัวเครื่องบินนั้นมีหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อของส่วนประกอบหลักต่างๆ ที่ประกอบรวมกันเป็นเครื่องบิน แต่ส่วนที่เป็นของลำตัวเครื่องบินได้แก่ ห้องนักบิน (cabin or cockpit) , ที่นั่ง, ส่วนบังคับการบินต่างๆ และที่ใส่สัมภาระในเครื่องบินบางแบบ หรือ ที่นั่งผู้โดยสาร เป็นต้น

ปีก (Wing)เมื่อมีอากาศไหลผ่านปีกของเครื่องบิน จะทำให้เกิดแรงยกเรียกว่า ลิฟ (lift) ที่ช่วยทำให้เครื่องบินลอยได้ ปีกเครื่องบิน นั้นในบางแบบจะติดตั้งอยู่ด้านบนของตัวเครื่องบิน บางแบบก็ติดตั้งอยูกลางลำตัว หรือ บางแบบอาจติดตั้งอยู่ใต้ลำตัวเครื่อง ขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบเครื่องบิน เครื่องบินที่มีปีกชั้น เดียวเรียกว่า โมโนเพลน (monoplanes) เครื่องบินที่มีปีกสองชั้นเรี่ยกว่า ไบเพลน (biplanes) ในการที่จะทำให้เครื่องบินสามารถควบคุม ได้ตามต้องการนั้นที่ปีกของเครื่องบินจะมีแผ่นบังคับอยู่สองชนิดที่ด้านหลังของปีกทั้งสองข้าง เรียกว่า แอเลอร์รอน (ailerons) และ แฟลป (flap) แอเลอร์รอน จะติดตั้งอยู่ด้านหลังของปีกทั้งสองข้างโดยมีความยาวเริ่มจากจุดกึ่งกลางของปีก ด้านในไปจนถึงปลายด้านนอกของปีก การทำงานของ แอเลอร์รอน ทั้งสองข้างจะทำงานในทิศทางตรงกันข้าม เช่นถ้า แอเลอร์รอน ที่ปีกด้านซ้ายเลื่อนไปในทิศทางยกขึ้น แอเลอร์รอน ที่ปีกด้านขวาก็จะเลื่อนไปในทิศทางยกลง แฟลป จะติดตั้งอยู่ด้านหลังของปีกทั้งสองข้าง โดยมีความยาวเริ่มจุดกึ่งกลางของปีก ไปยังด้านใน จนกระทั้งถึงลำตัวเครื่องบิน การทำงานของ แฟลปทั้งสองข้างจะทำงานในทิศทางเดียวกัน เช่นเมื่อเลื่อนขึ้นก็จะเลื่อนขึ้นพร้อมกันทั้งสองข้าง สำหรับหลักการทำงาน ของทั้งสองแผ่นพื้นบังคับนี้จะได้กล่าวในรายละเอียดต่อไป

ชุดพวงหาง (Empennage)ชุดพวงหางประกอบไปด้วย เวอร์ติคัล สแตบิไลเซอร์ (vertical stabilizer) หรือ หางสือ (fin) และ ฮอร์ริแซนทอล สแตบิไลเซอร์ (horizontal stabilizer) ทั้งสองชุดนี้จะช่วยให้เราสามารถบังคับ เครื่องบินให้บินในระดับ และทิศทางที่ต้องการ ไปในอากาศได้ รัดเดอร์ (rudder) คือแผ่นพื้นบังคับที่ติดตั้งอยู่ที่ส่วนท้ายของ เวอร์ติคัล สแตบิไลเซอร์ ใช้ในการบังคับให้หัวเครื่องบิน ไปในทิศทางซ้าย หรือ ขวา ในการใช้งานจริงนั้น รัดเดอร์นี้จะต้องทำงานร่วมกับ แอเลอร์รอน เพื่อบังคับให้เครื่องบินเลี้ยว (turn) จะได้กล่าวรายละเอียดต่อไป
อีเลเวเตอร์ (elevator)  คือแผ่นพื้นบังคับที่ติดตั้งอยู่ที่ส่วนท้ายของ ฮอร์ริแซนทอล สแตบิไลเซอร์ ใช้ในการควบคุมการยกหัวขึ้น หรือลง เพื่อให้เราไปยังความสูงที่ต้องการได้ เครื่องบินส่วนใหญ่จะมี แผ่นบังคับเล็กๆติดตั้งอยู่ที่ปลายของ อีเลเวเตอร์ เรียกว่า ทริม แทป (trim tab) ทริม แทปมีหน้านี้ช่วยให้เราให้แรงน้อยลงในการควบคุม เครื่องให้อยู่ในตำแหน่งที่เราต้องการ สำหรับการใช้งาน ครูการบินของท่านจะเป็นผู้แนะนำการใช้งานอีกครั้งหนึ่ง

แลนดิ่ง เกียร์ (landing gear)แลนดิ่ง เกียร์ทำหน้าที่ช่วยรับแรงกระแทกในขณะร่อนลง และช่วยรองรับเครื่องบินในขณะที่อยู่บนพื้นดิน จะประกอบไปด้วย ล้อสามล้อด้วยกัน โดยมีสองล้อหลัก (main wheels) จะติดตั้งด้านข้างของลำตัวเครื่องบินด้านละล้อ อีกล้อหนึ่งจะมีการติดตั้ง อยู่สองตำแหน่ง คือ ถ้าติดตั้งอยู่ด้านท้ายของเครื่องบินจะเรียกว่า ล้อหาง เครื่องบินที่ติดตั้งล้อตำแหน้งนี้เรียกว่า คอนเวชั่นแนล แลนดิ่ง เกียร์ (conventional landing gear) ส่วนมากแล้วเครื่องที่ติดตั้งล้อที่ตำแหน่งนี้จะเป็นเครื่องบิน รุ่นเก่า แต่ปัจจุบันนี้การติดตั้งล้อที่ตำแหน่งนี้ไม่นิยม เพราะการบังคับเครื่องบินในขณะอยู่ที่พิ้น ทำได้ยาก ดังนี้ ในปัจจุบันได้นำเอาล้อที่สามนี้มาติดตั้งที่ด้านหน้าของเครื่องบิน เรียกล้อชนิดนี้ว่า โนสวิล (nosewheel) ขณะอยู่ที่พื้น การบังคับที่ รัดเดอร์ จะมากระทำที่ล้อหัวนี้ในการเลี้ยวไปยังทิศทางที่ต้องการ เราสามารถแบ่งชนิดของ แลนดิ่ง เกียร์แบบ สามล้อนี้ได้เป็นสองประเภทคือ แบบติดตั้งตายตัว (fixed gear) กับแบบที่พับเก็บได้ (retractable gear) ชึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบินขึ้น สำหรับแบบนี้ เบรกส์ (brakes) เบรกส์ ของเครื่องบินจะมีส่วนประกอบเช่นเดียวกับ เบรกส์ของรถยนต์ แต่เมื่อใช้งานแล้วรู้สึกว่าใช้งานยากกว่า เนื่องจาก การบังคับของเบรกส์ทั้งสองข้างจะแยกออกจากัน (differential braking) โดยเบรกส์จะติดตั้งอยู่ที่ล้อหลักทั้งสองข้าง ของเครื่องบิน เมื่อเราเหยีบเบรกส์ ด้านซ้ายเบรกส์ก็จะทำงานเฉพาะด้านซ้าย เท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้เพื่อใช้ในการช่วยเลี้ยวในพื้นที่จำกัดบนพื้น ดังนี้ถ้าเราต้องการลดความเร็วจะต้องเหยีบเบรกส์ ทั้งสองข้างในน้ำหนักที่เท่ากัน จึงจะทำให้เครื่องบินลดความเร็วลงในลักษณะที่เครื่องยังอยู่ในสภาพตรงในทิศทาง หรืออยู่บน ทางวิ่ง ไม่เลี้ยวไปในทิศทางใดทางหนึ่ง

ชุดเครื่องยนต์ (Powerplant)
ในเครื่องบินขนาดเล็ก นั้นชุดเครื่องยนต์จะประกอบไปด้วย เครื่องยนต์ (engine) และใบพัด (propeller) โดยเครื่องยนต์นั้นมีหน้าที่หลักคือ ให้พลังงานในการหมุนใบพัด นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ให้กำหนดพลังงานไฟฟ้า ให้กำเนิดต้นกำลังดูด เพื่อใช้ในเครื่องมือวัด (flight instruments) ในการบินบางตัว ในเครื่องยนต์เดียว สำหรับเครื่องบิน (single-engine) จะให้แหล่งความร้อนสำหรับ นักบินและผู้โดยสารด้วย ฉนวนกันไฟ (firewall) เป็นแผ่นที่ติดตั้งอยู่ระหว่างห้องนักบินกับเครื่องยนต์ เพื่อป้องกันความร้อนจากเครื่องยนต์

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

คำศัพท์เฉพาะ ทางด้านการบิน รู้ไว้ใช่เสียหายนะจร้า

 
1. Aerodynamics Aero
ก็คือคำที่มาจากภาษา Greek มีความหมายว่าอากาศ และ Dynamics มาจากคำในภาษา Greek มีความหมายว่ากำลัง ( Power) หรือเป็นสาขาหนึ่งของ Physics ซึ่งพิจารณาเกี่ยวกับวัตถุเคลื่อนที่ และ แรงที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุนั้น เมื่อนำเอาคำว่า Aero รวมกับ คำว่า Dynamics เราก็จะได้ Aerodynamics ซึ่งมีความหมายว่า " วิทยาศาสตร์ ที่ว่าด้วย ผลที่ เกิดขึ้น เนื่องจาก อากาศ หรือ ก็าซ ที่ เคลื่อนที่
2. Relative Motion
3. Bernoulli' Principle
4. Airfoil
วัตถุที่ เปลี่ยนตำแหน่งเราเรียกว่าวัตถุเคลื่อนที่ Relative Motion คือ วัตถุเคลื่อนที่หรือ เปลี่ยนตำแหน่งโดยเปรียบเทียบกับวัตถุอีกอันหนึ่งเครื่องบินต้องมี Relative Motion ระหว่างเครื่องบินและอากาศ ถึงจะบินอยู่ได้ ( Relative Motion ต้องไม่เท่ากับ ศูนย์ ) ความเร็วของการ เคลื่อนที่นี้ระหว่างเครื่องบิน และ อากาศ เราเรียกว่า True Airspeed หลักของ เบอร์นูลลี่ กล่าวว่า ความเร็ว ของ อากาศ เพิ่มขึ้น ความกดดัน จะ ลดลง และ ในทำนองเดียวกัน ถ้า ความเร็วลม ลดลง ความกดดัน ของ อากาศ ก็จะ เพิ่มขึ้น. เป็นคำเฉพาะหมายถึงพื้นผิวอะไรก็ได้เช่น Airplane Aileron Elevator Rudder หรือปีกเครื่องบิน ที่ออกแบบมาเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาจากอากาศเมื่อมันเคลื่อนที่ ผ่าน
5. Angle of Attack
6. Cockpit
คือมุมแหลมที่วัดระหว่างแนวเส้น Chord ของ Airfoil และแนวของ Relative Wind. เป็นห้องนักบินซึ่งแบ่ง แยกออกจากห้องโดยสาร 3
7. Control Stick or Control Column
คือ ตัวควบคุมที่ตั้งตรง ( เหมือนเสา ) ที่อยู่หน้านักบิน นักบินใช้ส่วนนี้ควบคุมหรือสั่งให้เครื่องบิน เอียงซ้าย - ขวา หรือ เชิด หัวขึ้น - ลง ถ้าผลักเสานี้ไปข้างหน้าหรือดึงมาข้างหลังก็จะไปควบคุม Elevator ทำให้ เครื่องบิน เชิด หัว ขึ้น หรือ ลง ถ้าหมุน (มีส่วนที่คล้ายพวงมาลัยรถยนต์) ไปทางซ้ายหรือ ขวา ก็จะไปควบคุม Ailerons ทำให้เครื่องบินเอียงซ้าย หรือ ขวา ปัจจุบัน เครื่องบินบางเครื่องเป็นเสาเล็ก ๆ อยู่ด้านข้างของนักบิน เรียกว่า Side Stick ทำงานโดยการ โยก ซ้าย- ขวา และ หน้า-หลัง
8. Aileron
เป็นพื้นบังคับที่เคลื่อนไหวได้ใช้ในการ ควบคุมท่าทางของเครื่องบิน ติดตั้งอยู่ที่ชายปีกหลังส่วนของปลายปีกทั้งสองข้าง มี่จุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมอาการเอียงของเครื่องบินหรือเคลื่อนที่รอบแกน Longitudinal Axis โดยสร้างความแตกต่างของแรงยกบนปีกทั้งสองข้างของเครื่องบิน การทำงานของ Aileron ทั้งสองข้างจะทำงานในทิศทางตรงกันข้าม เช่นถ้า Aileron ที่ปีกด้านซ้ายเลื่อนไปในทิศทางยกขึ้น Aileron ที่ปีกด้านขวาก็จะเลื่อนไปในทิศทางยกลง
9. Elevator
คือแผ่นพื้นบังคับที่ติดตั้งอยู่ที่ส่วนท้ายของ Horizontal Stabilizer ใช้ในการควบคุมการยกหัวขึ้นหรือลงเพื่อให้เราไปยังความสูงที่ต้องการได้ หรือเคลื่อนที่รอบแกน Lateral Axis ติดตั้งอยู่ที่ชายหลังของแพนหาง
10. Flap
เป็นพื้นบังคับที่อยู่ ชายปีกหลังใกล้กับลำตัวจะเป็นในลักษณะคล้ายบานพับ หรือแบบเลื่อนถอย ออกไปก็ได้ เพื่อเพิ่ม/ลด แรงยกของปีกโดยเพิ่มพื้นที่และความโค้งของปีกโดยปกติแล้ว จะใช้ตอนจะบินขึ้นและตอนลง การทำงานของ Flap ทั้งสองข้างจะทำงานในทิศทางเดียวกัน เช่น เมื่อเลื่อนขึ้นก็จะเลื่อนขึ้นพร้อมกันทั้งสองข้าง
11. Rudder
เป็น พื้นบังคับ ที่เคลื่อนไหวได้ ติดตั้งอยู่ที่ ชายหลังของกระโดงหางทำให้หัวเครื่องบินหันไปทาง ซ้าย หรือขวา หรือเคลื่อนที่รอบแกน Vertical Axis ในการใช้งานจริงนั้น Rudder นี้จะต้องทำงานร่วมกับ Aileron เพื่อบังคับให้เครื่องบินเลี้ยว
12. Rudder Pedal
13. Stabilizer
14. Trim tab
เป็นส่วนที่นักบินใช้ควบคุมการทำงานของ Rudder ติดตั้งอยู่ที่พื้น นักบินจะใช้เท้าเหยียบสองเท้า ถ้าเหยียบเท้าซ้ายเครื่องบินก็จะหันไปทางซ้าย ถ้าเหยียบเท้าขวาเครื่องบินก็จะหันไปทางขวา เพราะว่า มันไปควบคุม Rudder เป็นพื้นผิว ที่อยู่กับที่เพื่อช่วยให้เครื่องบิน รักษา ลักษณะท่าทาง การบินได้คงที่ ได้แก่ กระโดงหาง ( Vertical Stabilizer) และแพนหาง ( Horizontal Stabilizer ) เป็นพื้นบังคับขนาดเล็กมีหน้านี้ช่วยให้เราให้แรงน้อยลงในการควบคุม เครื่องให้อยู่ในตำแหน่งที่เราต้องการ

วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กำเนิดเครื่องบิน


ทั่วไป
ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับให้กับผู้ที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องบินมาก่อน และต้องการจะทราบหลักพื้นฐานว่าทำไมเครื่องบินถึงบินได้แต่จะไม่ลึกลงไปในรายละเอียดมากนัก

บทนำ
Leonado da Vinci (1452-1519),
ผู้ซึ่งศึกษาในรายละเอียดการบินของนก เขาก็สรุปผิดพลาดว่า พลังกล้ามเนื้อของคนมีมากกว่านกน่า จะบินได้
Giovanni Alphonso Borelli's (1680)
ได้ผลจากการศึกษาการบินของนก และ กล่าวว่าคนไม่มีกำลังพอที่จะยกตัวเองและเครื่องบินขึ้นสู่อากาศได้ และก็นำไปสู่จุดจบของการทดลองเครื่องบินที่หนักกว่าอากาศ
Jean-Francois
วันที่ 15 .. 1783, ได้ทำการบินบอลลูนอากาศร้อน บินได้ 4 นาที 24 วินาที ต่อมาอีก 2 เดือน บอลลูนที่บรรจุก๊าซไฮโดรเจนทำการบินสำเร็จใช้เวลา 2 ..

German Otto Lilienthal (1848-1896),
เครื่องร่อนระบบที่ห้อยตัวที่สวยงามทำให้เขา
เป็นคนแรก ในโลกที่มีความมั่นใจในการบินและ เขาบิน มากกว่า 2000 ครั้ง เขาไม่ได้พัฒนาระบบการควบคุมการบินให้กับ เครื่องร่อนของเขาแต่เขาควบคุมการบินเครื่องร่อนของเขาด้วยการโยกน้ำหนักของตัวเองไปมาเขาเสียชีวิตลงเมื่อ อายุได้ 48 ปี ใน วันที่ 10 .. 1896 เนื่องจากเครื่องร่อนของเขาตกกระทบพื้น ผู้บุกเบิกเครื่องร่อนสมัยนั้น ประกอบ ด้วย Otto Lilienthal (เยอรมัน), Percy Pilcher (อังกฤษ) ซึ่งเขาก็เสียชีวิตเนื่องจากเครื่องร่อนของเขาตก เช่นกัน
 
Wilbur (1867-1912) and Orville (1871-1948)
Wright
อากาศยานในรุ่นแรก ๆ มาในปี 1900 พี่น้องคู่นี้
ได้เป็น เพื่อนกับ Octave Chanute 1832-1910)
และ Chanute พยายามชักนำ และให้ข้อมูลต่างๆ
พร้อมทั้งช่วยเหลือจนกระทั่งพี่น้องตระกูล Wrights ประสบความสำเร็จในการบินโดย ใช้เครื่องยนต์การบิน ครั้งแรกที่เขาบินเครื่องบินชื่อ flyer ในวันที่ 17 .. 1903 นี่คือสิ่งที่คนทั่ว ๆ ไป ยอมรับว่าเป็นคนแรกที่ทำความฝันให้เป็นจริง
ได้ให้ความสนใจความเป็นไปได้ของ
เป็นผู้สร้าง